ยกแรก

  ศึกฟุตบอลโล่ห์การกุศลหรือคอมมูนิตี้ ชิลด์ได้จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นั่นแสดงว่าศึกพรีเมียร์ลีกของอังกฤษกำลังจะฟาดแข้งในสุดสัปดาห์ถัดไปแล้ว ซึ่งในปีนี้ถือว่าเป็นการปะทะกันยกแรกของทีมจากท็อป 6 คือแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ต้องพบกับเชลซีที่เป็นแชมป์เอฟเอ คัพเมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยการเอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในนัดชิงชนะเลิศได้สำเร็จ ซึ่งถือว่าเป็นเป็นการมาปะทะกันอีกครั้งระหว่างสองกุนซืออย่างเมาริซิโอ ซาร์รี่ที่เข้ามาคุมทีมเชลซีในฤดูกาลนี้ กับเป็ป กวาดิโอล่า ยอดกุนซือชาวสเปนที่ก็เคยเจอกันมาบ้างแล้วในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกก่อนหน้านี้ที่นาโปลีของซาร์รี่ต้องพบกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในรอบแบ่งกลุ่มเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเมื่อปีที่แล้วเป็นทางเป็ป กวาดิโอล่าที่เป็นฝ่ายเอาชนะเมาริซิโอ ซาร์รี่ได้ทั้งไปทั้งกลับ ซึ่งครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน เมื่อแมนเชสเตอร์ ซิตี้ของกุนซือชาวสเปนก็ยังเอาชนะกุนซือชาวอิตาเลี่ยนได้อีกครั้ง 2-0 โดยเกมที่เวมบลีย์ทั้ง 2 ทีมต่างจัดผู้เล่นที่ดีและพร้อมที่สุดในการลงสนามเป็น 11 ตัวจริง โดยเชลซีมาในระบบ 4-3-3 โดยผู้รักษาประตูเป็นวิลลี่ กาบาเญโร่ นายประตูมือ 2 เฝ้าเสา แผงหลังคู่เซ็นเตอร์เป็นดาวิด ลุยซ์ จับคู่กับอันโตนิโอ รูดิเกอร์ ส่วนแดนกลางนั้นมีจอร์จินโญ่คนเดิม และเล่นกับเชสก์ ฟาเบรกาส และรอสส์ บาร์คลี่ย์ ส่วนกองหน้า 3 คนนั้นคัลลั่ม ฮัดสัน โอดอย ตัวรุกดาวรุ่งวัย 18 ปีได้โอกาสลงสนามเป็นตัวจริง กับเปโดร โรดริเกซ และมีอัลบาโร่ โมราต้าเป็นกองหน้าตัวเป้า

ส่วนทางแมนเชสเตอร์ ซิตี้นั้นใช้เคลาดิโอ บราโว่ ลงเฝ้าเสา ส่วนแผงหลังใช้จอห์น สโตน จับคู่กับไอเมริค ลาปอร์ก แดนกลาง 3 คนมีแฟร์นานดินโญ่คอยตัดเกม ส่วนตัวขับเคลื่อนเป็นดาบิด ซิลบา และฟิล โฟเฟ้น กองกลางดาวรุ่งของสโมสรลงเป็นตัวจริง ส่วนแดนหน้าริยาด มาห์เรซ ดาวเตะค่าตัวแพงที่สุดของสโมสรได้ลงตัวจริงพร้อมกับเลรอย ซาเน่ และเซร์คิโอ อเกวโร่ กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ที่พึ่งกลับมาซ้อมได้เพียงไม่กี่วันเท่านั้น และยังไม่ได้ลงในเกมอุ่นเครื่องมาก่อนหน้านี้เลย แต่สุดท้ายก็เป็นอเกวโร่นี่เองที่เป็นคนทำ 2 ประตูให้ทีมเอาชนะเชลซีไปได้ 2-0 คว้าถาดแชมป์ไปครองได้สำเร็จ โดยรูปเกมก็เป็นทางแชมป์เก่าที่มีโอกาสยิงมากกว่าเยอะ ซึ่งก็ถือว่าเป็นการเอาฤกษ์เอาชัยก่อนที่จะต้องไปเยือนอาร์เซน่อลในสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้