หลังศึก ICC นัดที่ 2

    บรรดายักษ์ใหญ่ที่ตบเท้าทำศึกอินเตอร์เนชั่นแนล แชมเปี้ยนส์ คัพในปีนี้ได้เริ่มหวดแข้งกันเป็นนัดที่ 2 แล้ว โดยปีนี้มีแยกไปเตะทั้งฝั่งอเมริกา และแถบเอเชียที่ประเทศจีน และสิงคโปร์ ซึ่งทีมใหญ่ต่างต้องเผชิญหน้ากันในนัดที่ 2 นี้

ยูเวนตุส ที่ยังไม่ได้ใช้งานคริสเตียโน่ โรนัลโด้ในการพบกับเบนฟิก้า แต่ก็ยังเอาชนะในการดวลจุดโทษไปได้ หลังจากที่เสมอกันในเวลา 1-1 โดยนักเตะที่มีข่าวว่าจะย้ายทีมอย่างมิราเล็ม ปานิช และดานิเอเล่ รูกานี่ยังได้ลงสนามตามเดิม แต่ยังขาดกอนซาโล่ อิกวาอิน ที่น่าจะเป็นนักเตะที่ต้องหาทีมใหม่เหมือนเดิม

อาร์เซน่อลทำผลงานได้สุดยอดภายใต้การนำทัพของเมซุต โอซิล ไล่ถล่มปารีส แซงต์ แชร์กแมงชุด 2 ยับ 5-1 โดยอเล็กซองดร์ ลากาแซ็ตต์ ที่ลงมาเป็นตัวสำรองทำถึง 2 ประตู ส่วนทางปารีสฯ มีเพียงจิอันลุยจิ บุฟฟ่อน กับเอเดรี้ยน ราบิโอต์เท่านั้นที่เป็นผู้เล่นชุดใหญ่ ทำให้ยังวัดผลงานของโธมัส ทูเคิ่ลไม่ได้

เชลซีของกุนซือใหม่ที่ขนตัวหลักมาเพียบเอาชนะจุดโทษอินเตอร์ มิลานไปได้ โดยจอร์จินโญ่ยังคงเด่นกับทีมของเมาริซิโอ ซาร์รี่เช่นเดิม โดยฮัดสัน โอดอย กองหน้าดาวรุ่งเชลซียังโชว์ฟอร์มได้อย่างเข้าตา ส่วนอินเตอร์ มิลานที่ถึงแม้จะแพ้แต่ก็ได้เห็นแววนักเตะใหม่อย่างเลาตาโร่ มาร์ติเนซ กองหน้าตัวใหม่วัย 20 ปีที่จะมาจับคู่เมาโร อิการ์ดี้ในฤดูกาลนี้

แดงเดือด อิน อเมริกา เป็นทางลิเวอร์พูลที่ยำใหญ่ใส่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแบบสิ้นสภาพ ทั้งๆ ที่ใช้นักเตะดาวรุ่งพอๆ กัน แต่เป็นระบบของเจอร์เก้น คล็อปป์ที่เหนือกว่าโชเซ่ มูรินโญ่ และมาได้ 3 ประตูรวดในช่วงครึ่งหลัง ทำให้สกอร์ขาดลอยกว่าที่คิด

บาเยิร์น มิวนิคที่ดูเอาจริงเอาจังมากกว่าออกนำแมนเชสเตอร์ ซิตี้ไปก่อน 2-0 แต่กลับถูกทีม “เรือใบสีฟ้า” ชุด 2 โล้สำเภาพลิกกลับมาเอาชนะได้ 3-2 จาก 2 ประตูของแบร์นาโด้ ซิลวา เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติโปรตุเกส โดยอดีตนักเตะโมนาโกได้ลงสนามมาแทนริยาด มาห์เรซ ดาวเตะตัวใหม่ที่บาดเจ็บช่วงครึ่งแรก

บาร์เซโลน่าชุดผสมเหนือกว่าท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์อย่างชัดเจน และนักเตะใหม่อย่างอาร์ตูร์ เมโล่ สามารถทำประตูได้ด้วย แต่พอเปลี่ยนนักเตะยกแผง สเปอร์กลับมาบุกใส่อย่างหนักจนมาได้ 2 ประตูตามตีเสมอได้สำเร็จ โดยซอน ฮองมินลงมาเป็นตัวสำรองแล้วทำประตูได้ด้วย